เหล็กสำหรับงานวิศวกรรมหรือเครื่องจักรกล

เหล็กสำหรับงานวิศวกรรมหรือเครื่องจักรกล

มูลค่าตลาดงานชิ้นส่วนวิศวกรรมหรือเครื่องจักรกลของประเทศไทยค่อนข้างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการเติบโตของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อไปนี้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญบางส่วน:

  • มูลค่าเพิ่ม: มูลค่าเพิ่มในตลาดงานวิศวกรรมหรือเครื่องจักรกล อุปกรณ์คาดว่าจะมีมูลค่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี2567
  • อัตราการเติบโต: คาดว่าอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) 1.49% ตั้งแต่ปี 2567 ถึง 2572
  • มูลค่าการส่งออก: ปี 2565 มูลค่าการส่งออกงานชิ้นส่วนวิศวกรรมหรือเครื่องจักรกล อุปกรณ์ของไทยมีมูลค่าประมาณ 23.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี2564

ตลาดเครื่องจักรอุตสาหกรรมในประเทศไทยมีเครื่องจักรหลากหลายประเภท เช่น อุปกรณ์การผลิต เครื่องจักรก่อสร้าง และเครื่องจักรกลการเกษตร ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการเติบโตของตลาดนี้ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเติบโต การที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและโครงการริเริ่มอุตสาหกรรม 4.0 ได้กระตุ้นให้เกิดความต้องการเครื่องจักรอุตสาหกรรมและโซลูชั่นระบบอัตโนมัติที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น คาดว่าจะขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดอย่างต่อเนื่อง มอบโอกาสให้ผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ  โปรดทราบว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นการคาดการณ์และสภาวะตลาดที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและแนวโน้มของตลาดโลก

เมื่อพูดถึงเหล็กต่ออุตสาหกรรมงานชิ้นส่วนวิศวกรรมหรือเครื่องจักรกลนี้ เหล็กมีบทบาทสำคัญในการเติบโตของอุตสาหกรรมงานชิ้นส่วนวิศวกรรมหรือเครื่องจักรกลของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุพื้นฐานในการผลิตเครื่องจักรและชิ้นส่วนวิศวกรรมที่เป็นแกนของอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งยานยนต์ การก่อสร้าง และการเกษตร อุตสาหกรรมเครื่องจักรและชิ้นส่วนวิศวกรรมต่างๆจึงถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่สนับสนุนภาคการผลิตของประเทศไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวม มูลค่าการค้าเครื่องจักรและชิ้นส่วนวิศวกรรมเติบโตอย่างมาก บ่งชี้ถึงความสำคัญของเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญ

ลีอองจินเรามีเหล็กทำชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องจักร หรือเรียกว่าเหล็กวิศวกรรมเกรดพิเศษสำหรับงานทางด้านชิ้นส่วนวิศวกรรมชั้นสูงอาทิเช่น

เพลาขับเครื่องจักร